เครื่องมือและการวัด

สายกราวด์ยาวสร้างยอดและการสั่นที่จุดวัดได้อย่างไร

ใช้วงจรสมมติอธิบายความเหนี่ยวนำของทางกราวด์ การรับสนาม และวิธีเปรียบเทียบการต่อโดยไม่ด่วนตัดสินว่ายอดมาจากชิ้นงาน

กราวด์ของโพรบเป็นส่วนหนึ่งของทางสัญญาณ

การวัดแรงดันด้วยโพรบต้องมีทางไปและทางกลับ สายกราวด์จึงมีผลกับผลวัดเช่นเดียวกับปลายสัญญาณ เมื่อสายยาวขึ้น ความเหนี่ยวนำและพื้นที่วงรอบมักเพิ่มขึ้น ทำให้ระบบตอบสนองต่อขอบเร็วและสนามรอบข้างต่างจากการต่อสั้น ยอดหรือการสั่นบนจออาจเป็นทั้งพฤติกรรมวงจรและสิ่งที่ระบบวัดสร้างขึ้น จึงต้องทดสอบการต่อก่อนตัดสินสาเหตุ

คำว่าวงรอบกราวด์ยังใช้เรียกเส้นทางกระแสที่เกิดจากการเชื่อมกราวด์หลายทางด้วย ควรแยกสองประเด็นนี้ให้ชัด ความเหนี่ยวนำของสายกราวด์ใกล้ปลายโพรบมีผลกับขอบเร็ว ส่วนความต่างศักย์ระหว่างจุดกราวด์หลายอุปกรณ์อาจทำให้กระแสไหลบนทางอ้างอิง ทั้งสองทำให้ข้อมูลผิดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ด้วยวิธีเดียวกัน และห้ามแก้ด้วยการถอดสายดินนิรภัยของเครื่อง

ภาพอธิบาย 1ทางกราวด์มีผลกับขอบเร็ว
  1. ทางกลับ

    มีความเหนี่ยวนำ L

  2. อินพุต

    มีความจุร่วม C

  3. ตอบสนอง

    L กับ C อาจทำให้เกิดการสั่น

  4. ตรวจแยก

    เปรียบเทียบทางสั้นโดยคงจุดวัดและการตั้ง

ความสัมพันธ์เชิงหลักการ ไม่ใช่ภาพวงจรสินค้าจริง

แบบจำลองการสั่นจากความเหนี่ยวนำกับความจุ

เพื่อเห็นแนวโน้ม ใช้แบบจำลองสมมติที่ความเหนี่ยวนำทางกราวด์ L ทำงานร่วมกับความจุรวม C ความถี่ธรรมชาติอุดมคติคือ 1/(2π√LC) แต่ขนาดและการดับของการสั่นยังขึ้นกับความต้านทานและวงจรอื่น ไม่ใช่มี L กับ C แล้วต้องเห็นยอดเท่ากันเสมอ แบบจำลองนี้ใช้กับชุดทดลองแรงดันต่ำและไม่ใช่วิธีประมาณความยาวสายจากภาพเพียงอย่างเดียว

สมมติ L = 200 nH และ C = 20 pF ผลคูณคือ 4×10 ยกกำลัง −18 ค่ารากเท่ากับ 2 ns ความถี่ประมาณ 79.6 MHz หากลด L เป็น 50 nH โดยคง C เดิม ค่ารากเหลือ 1 ns ความถี่เพิ่มเป็นประมาณ 159.2 MHz การลดความเหนี่ยวนำสี่เท่าจึงเพิ่มความถี่ธรรมชาติสองเท่า ไม่ใช่สี่เท่า ตัวเลขนี้แสดงแนวโน้มของแบบจำลอง ไม่ใช่แบนด์วิดท์หรือคุณสมบัติของสายกราวด์รุ่นใด

ออกแบบการเปรียบเทียบที่เปลี่ยนเฉพาะการต่อ

เก็บรูปคลื่นเดิมก่อน แล้วใช้ทางกราวด์ที่สั้นและตรงตามอุปกรณ์ซึ่งผู้ผลิตรองรับ โดยรักษาจุดวัด จุดกราวด์ สเกล อัตราสุ่ม และการกรองให้เหมือนเดิม ไม่ย้ายไปคนละจุดกราวด์พร้อมกับเปลี่ยนสาย เพราะจะไม่รู้ว่าผลต่างมาจากเรขาคณิตของการต่อหรือแรงดันต่างระหว่างจุดอ้างอิง หากต้องเปลี่ยนจุดจริง ให้บันทึกเป็นอีกปัจจัยและอธิบายแยก

เมื่อการสั่นเปลี่ยนตามความยาวหรือรูปทางกลับ เป็นหลักฐานว่าระบบวัดมีส่วน แต่ยังไม่ยืนยันว่าการสั่นทั้งหมดเป็นของปลอม โพรบที่โหลดต่างกันอาจทำให้วงจรจริงตอบสนองต่างด้วย ควรเปรียบเทียบหลายครั้งกลับสู่การต่อเดิมเพื่อดูว่าสภาพวงจรคงที่หรือไม่ การหายไปหลังเปิดกรองเพียงอย่างเดียวให้หลักฐานน้อยกว่าการเปรียบเทียบทางต่อที่ควบคุมตัวแปรได้

ภาพอธิบาย 2ลด L สี่เท่า ความถี่เพิ่มสองเท่า
  1. ชุดแรก

    L 200 nH / C 20 pF

  2. คำนวณ

    1 ÷ (2π√LC) ≈ 79.6 MHz

  3. ชุดที่สอง

    L 50 nH / C 20 pF

  4. ผล

    ประมาณ 159.2 MHz; ขนาดยอดยังขึ้นกับการหน่วง

แบบจำลองสมมติ ไม่ทำนายขนาดยอดจริง

แยกการสั่นตามขอบจากการรับสนาม

การสั่นที่เริ่มตามขอบทุกครั้งอาจเกี่ยวกับการตอบสนองของทางวัด ขณะที่สัญญาณที่เปลี่ยนตามตำแหน่งสายหรือเครื่องข้างเคียงอาจเป็นการรับสนาม อย่างไรก็ตามสองอย่างเกิดพร้อมกันได้ จึงควรบันทึกเวลาเริ่ม รูปร่าง และความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ แทนการเรียกทุกยอดว่าเสียงรบกวน การวางสายใกล้ตัวนำที่กระแสเปลี่ยนเร็วทำให้การรับสนามเพิ่มได้แม้จุดวัดเดิมไม่เปลี่ยน

หากจะทดสอบพื้นเสียงด้วยการต่อปลายโพรบเข้ากับกราวด์ของมันเอง ต้องทำตามวิธีที่เหมาะสมโดยไม่ให้วงรอบนั้นแตะจุดมีศักย์ในวงจร การเห็นสัญญาณในสภาพนี้บอกการรับรบกวนของระบบในตำแหน่งนั้น ไม่ใช่ค่ากระแสหรือสนามที่สอบเทียบแล้ว ห้ามนำแอมพลิจูดไปแปลงเป็นค่ากายภาพโดยไม่มีค่าความไวของชุดตรวจ และไม่ใช้ผลศูนย์เป็นหลักฐานว่าพื้นที่ไม่มีสนาม

อย่าแก้รูปลักษณ์จนเสียหลักฐาน

ลดแบนด์วิดท์แล้วภาพนิ่งขึ้นอาจเหมาะกับการดูแนวโน้มช้า แต่ถ้าคำถามคือยอดแรงดันสูงสุด ต้องรู้ว่าการกรองลดองค์ประกอบที่สนใจด้วยหรือไม่ บันทึกค่าตั้งและภาพก่อนกรองไว้ พร้อมแยกผลวัดตามการตั้งแต่ละชุด การเลื่อนกราวด์ไปตำแหน่งที่ภาพสวยที่สุดโดยไม่มีเหตุผลทางวงจรจะทำให้การทดลองทำซ้ำยาก และอาจซ่อนแรงดันต่างที่ต้องการตรวจ

ข้อสรุปควรจำกัดตามหลักฐาน เช่น เปลี่ยนเป็นทางกราวด์สั้นแล้วความถี่การสั่นขยับและขนาดลดลง จึงมีเหตุให้สงสัยผลจากทางวัด ไม่ควรเขียนว่ายอดจากชิ้นงานหายทั้งหมดจนกว่าจะยืนยันด้วยระบบที่เหมาะสม ภาพประกอบของบทแสดงความสัมพันธ์ L กับ C และการเปลี่ยนความถี่ของตัวอย่าง ไม่มีการกำหนดความยาวสายที่เหมาะกับทุกการทดลอง

บันทึกเรขาคณิตของการต่อด้วย

ภาพตำแหน่งปลายสัญญาณและจุดกราวด์ที่เห็นเส้นทางครบช่วยให้ผู้อื่นจัดซ้ำได้มากกว่าชื่อโพรบเพียงชื่อเดียว ควรระบุอุปกรณ์กราวด์ที่ใช้และทิศสายใกล้แหล่งรบกวนด้วย หากหลังแก้ทางต่อแล้วผลยังไม่คงที่ ให้หยุดใช้ยอดเล็กเป็นเกณฑ์ตัดสินและตรวจความแน่นหน้าสัมผัส สภาพโพรบ และความคงตัวของแหล่งพัลส์ทีละส่วน ไม่เพิ่มการเฉลี่ยเพื่อปกปิดความไม่สม่ำเสมอ

ความถี่ธรรมชาติไม่บอกจำนวนรอบที่สั่นก่อนนิ่ง จำนวนรอบต้องพิจารณาการหน่วงซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในตัวเลขสมมติ

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. ABCs of Probes Primer · Tektronix

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า